อัปเดตบ้านใหม่

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทสนทนาธรรมกับหม่าม๊า เรื่อง การให้อภัยตัวเอง (ประสปการณ์แก้กรรมด้วยการชำระจิต)


เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ข้าพเจ้าและเพื่อนได้รับการแนะนำจากกัลยาณมิตรท่านนึง ให้มาพบ"หม่าม๊า"เพื่อทำการรักษาสภาวะทางจิต ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง..นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า อาการไม่สมหวังใดๆเลยในชีวิต(เป็นเรื้อรังมานานมากกก)

เมื่อมาพบหม่าม๊าแค่วันแรก จิตภายในข้าพเจ้าเค้าก็ออกมาสำแดงเดชให้หม่าม๊าได้ชมทันทีแบบnonstopอยู่เกือบสองชั่วโมง แบบเค้าพยายามจะฟ้องหม่าม๊าว่า..นังคนนี้มันร้ายกาจมาก มันทรมานฉันมานานนับชาติ ม๊าช่วยจัดการมันที..!
..หลังจากวันนั้น จึงต้องมาเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้งที่บ้านเราก็อยู่ไกลมาก
แต่เพราะอยากจะเปลี่ยนแปลงตนเอง
จึงต้องมาโดยมานอนค้างคืนตั้งแต่วันศุกร์จนถึงเย็นวันอาทิตย์จึงกลับ..

หม่าม๊าจะทำอาหารแสนอร่อย เลี้ยงพวกเราทุกวัน
ทั้งเช้า-กลางวัน-เย็น อยู่ที่นี่ไม่มีคำว่าหิว
แม้แต่ระหว่างวันบรรดาศิษย์พี่ ลุง น้า ป้า น้องฯลฯ
ที่มาช่วยม๊าทำงาน รวมทั้งผู้ที่มารับการรักษาคนอื่นๆ ต่างก็พากันหอบหิ้ว ผลไม้ อาหารว่าง ขนมนมเนย มาฝากให้เราชิม กันตลอดทั้งวัน
เรียกว่า ทั้งวี่ทั้งวันไม่ได้หยุดการบริโภคกันเลย

                         คลิ้ก..    (ชมบรรยากาศได้ใน ภาพกิจกรรม )

**และสภาวะธรรมมักเกิดขึ้นหลังอาหารมื้อเช้า
หม่าม๊าจะให้พี่ จ.บันทึกเสียงไว้ เพื่อนำมาถ่ายทอดเป็นกรณีศึกษากันภายในกลุ่ม

**สำหรับบทสนทนานี้..เป็น เคส ของข้าพเจ้า..โดยตรงอยากให้ลองอ่านกันเป็นวิทยาธรรม
...สิ่งใดคือ สาเหตุของอาการไม่สมหวัง?
..ทำสิ่งใด ไม่พบความสำเร็จ?
..กรรมทั้งหมด ใครเป็นผู้สร้าง จะ ต้องแก้อย่างไร ?

**เช้าวันอาทิตย์ สภาวะธรรมจากเบื้องบน 
หัวข้อเรื่อง"การให้อภัยตัวเอง"

......คือคนเราทุกคน
ที่ทำให้ชีวิตจมปรักอยู่กับอดีต
 ทั้งๆที่ว่าอดีตไม่เคยทำให้เราดีขึ้น
อะไรอย่างนี้เราก็รู้ 
แล้วบางครั้งอดีตมันก็ทำให้เราดี 
แต่เราก็ไม่เคยคิดถึงความดีตรงนั้น
เรานึกถึงแต่ความความผิดพลาด
ตอกย้ำตัวเองทำร้ายตัวเอง 
ทำให้ใจตัวเองได้รับความกระทบกระเทือน
จากอดีตอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับ
จมอยู่ในอดีตด้วยความเจ็บปวด
แล้วก็ตอกย้ำกับตัวเอง
ว่าตัวเองทำไม่ถูก ทำไม่ดีผิดพลาดมาตลอด 
แล้วย้อนกลับไปว่าสิ่งดีๆคุณก็เคยทำ 
แต่ทำไมคุณไม่คิดถึงมัน ทำไมคุณไม่คิดถึง
สิ่งที่มันไม่โอเค แล้วก็บอกว่า
ชีวิตชั้นมันน่าจะโอเคกว่านี้
 แต่ทำไมคุณไม่ให้อภัยตัวเองล่ะ ?
คำแรกถ้าคุณให้อภัยตัวเองได้ 
คุณจะเมตตาตัวเองรักตัวเองได้ตามมา
 ตัวแรกที่ควรทำคือให้อภัย 
เมื่อให้อภัยแล้วมันก็จะเกิดความรัก
และความเมตตาเมื่อเกิดความรักความเมตตา 
ความสุขมันก็จะเกิดแล้วกำลังใจ
 มันก็จะเกิดตามมา แต่ทุกคนไม่เคย
 ไม่เคยที่จะให้อภัยตัวเอง ไม่เคยนึกถึงข้อนี้ 
คิดแต่จะให้อภัยคนอื่น 
แล้วบอกว่าคนอื่นทำไม่ดีกับชั้น 
ช่างไม่เป็นไรชั้นจะให้อภัยเค้า 
แต่คุณให้อภัยด้วยสมองกับคนอื่น
แต่คุณก็ไม่ได้ให้อภัยแบบเมตตา
หรือให้อภัยกับตัวคุณเอง 
 ถ้าคุณรักและให้อภัยตัวเองก่อนเนี้ยะ 
ความให้อภัยคนอื่นมันก็จะตามมา 
เพราะคุณก็จะรักตัวคุณ คุณก็จะรักตัวคนอื่นด้วย
 นี้เราเป็นทุกข์กันมากมายมหาศาลอยู่ทุกวันนี้ 
ทุกข์กับความผิดพลาดของตัวเอง
 ตอกย้ำกับความผิดพลาดของตัวเอง 
ผิดพลาดมาตลอด แต่ไม่เคยคิดถึงว่า 
เออชั้นจะรักให้เมตตาให้อภัยตัวเอง 
ให้อภัยตัวเองก่อนมันจะต้องเกิด 
ไม่เป็นไรชั้นขอโทษก็แล้วกันเดี๋ยวชั้นจะทำดีใหม่ 
ขอโทษกับตัวเองให้อภัยกับตัวเองก่อน 
แล้วความรักความเมตตามันก็จะตามมา
 ตัวพวกนี้มันอยู่ด้วยกัน อยู่ในไม้บรรทัดเดียวกัน 
อยู่ในอารมณ์เดียวกันอยู่แล้ว 
ความเมตตา ความรัก ความให้อภัย 
 แล้วสุดท้ายมันก็คือความสุข ความสงบ ความนิ่ง 
 เกิดความสงบความนิ่ง แล้วมันก็จะเกิดมีกำลัง
 เมื่อมีกำลังมันก็จะต่อสู้กับชีวิตโดยการที่เรา
ไม่จมอยู่กับความเจ็บปวดของเราที่ผ่านมา 
เพราะว่าเราได้ให้อภัยมันไปแล้ว
 ถ้าเราบอกว่า เออ คนนี้มันทำร้ายชั้น 
ให้อภัยนะให้อภัยมัน ให้อภัยแต่สมองแต่ใจมันไม่ให้
 เพราะใจเราไม่แคยมีให้อภัยแม้กระทั้งตัวเอง
 ลืมกับตัวเองหมดเลยอะ 






ต่อไปนี้เราจะต้องเริ่ม เริ่มที่จะให้อภัยตัวเอง พออภัยได้มันก็จะเกิดเมตตา 
พอเกิดเมตตาแล้ว มันก็จะเกิดความรัก 
แล้วมันก็จะเกิดความสงบสุข ตามมาเป็นออโต้ 
เราไม่ต้องไปคิดอะไรมากมาย 
คิดแต่ว่าเออไม่เป็นไรวันนี้ชั้นผิดพลาดไม่เป็นไร เค้าขอโทษ ขอโทษ ขอโทษตัวเองได้
ความแข็งกระด้างนะมันจะไม่เกิด 
ถ้าให้อภัยตัวเองได้ เธอไม่ให้อภัยเธอให้แต่
ความแค้นกับตัวเอง ความพยาบาทกับตัวเอง 
เธอให้ตัวนี้กับตัวเองมาตลอด
แล้วเธอก็เอาคนอื่นมาเป็นเหตุ 
เธอใช้สายตาของเธอมองไปที่คนอื่น
 แล้วเธอก็เอาอารมณ์ที่เธอรับมาจากสายตา 
มาใส่สมองของเธอแล้วผูกพยาบาท 
นึกออกมั้ย? ตัวนี้เป็นตัวที่ทำร้ายเธอมาตลอด 
เธอรักตัวเองแบบผิดๆ เธอรักตัวเอง 
เธอไม่หยิบปัญหาที่เค้าทำร้ายจิตใจเธอ
มาเป็นข้อสำเหนียกสังเกตุว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี 
แล้วเธอก็ไม่ทำอย่างนั้น 
แต่เธอกับป้องกันตัวเอง
แล้วโต้ตอบกลับทันทีมันไม่ถูก 
โต้ตอบทันทีเหมือนอคติ
ตีกลับไปทันทีเลยอะ แบบนี้มันทำกับกูแบบนี้
 ตัวกู..เนี้ยะสำคัญมาก อ้าวเค้าทำกับเราแบบนี้นะ
ต่อไปนะเราจะไม่ทำร้ายตัวเอง
เหมือนทีเค้าทำร้ายเรา คือเราต้องอภัยตัวเราก่อนแล้วก็อภัยตัวเค้าด้วยมันจะเกิดเป็นออโต้


ถาม : คืออย่างนี้ค่ะ เหมือนเคสที่ว่า
         อย่างม้าบอกใครต่อใครเหมือนบางคนยังไม่เข้าใจ
 ม้าก็บอกว่าให้มีความสุข   ใส่ความสุขเข้าไป 
มันจะมีปัญหาบางเคส ก็เค้าไม่รู้อะว่าว่า
ความสุขมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก็เหมือนนู่อย่างนี้อะค่ะ
 ตอนนั้นนู๋ก็ยังไม่เข้าใจแต่ตอนนี้นู๋เข้าใจละ
 ว่าต้องเริ่มต้นจากการให้อภัยตัวเอง

ม้า : ให้อภัยตัวเอง พอให้อภัยแล้วตัวเมตตา
มันก็จะตามมาเองโดยออโต้
แล้วมันจะเป็นสเตปของมันไปเลย แล้วความสุขมันก็จะเกิด

ถาม : นั่นแหละบางคนเค้าก็ไม่รู้นะม๊า
ว่าความสุขมันคืออะไรแล้วมันสร้างอย่างไร
 ชั้นจะสร้างความสุขด้วยตัวเองได้อย่างไร 
เพราะหลายคนจะเป็นอย่างนี้
 คือไม่เข้าใจกับคำว่าใส่ความสุข ใส่ความสุข แล้วรัก รักอย่างไรล่ะ.?.

ม้า : คือเริ่มตัวแรกเลยที่เธอควรทำ
 คือลืมความผิดพลาดทั้งหมดให้อภัยตัวเอง 
ให้อภัยตัวเองแล้วตัวเมตตาจะตามมาเป็นสเตป
 แล้วสายตาเนี้ยะปกติแล้วมันพุ่งไปข้างนอก 
ตอนนี้กับสายตาที่พุ่งมาสู่ภายใน 
น้อมคำว่าน้อมเนี้ยะปกติ คำว่าพุ่ง ทะยาน
 จะใช้คำว่าใช้สายตาพุ่งทะยานไปรับอารมณ์ภายนอก
มาใส่สมองแล้วปรุงแต่ง แล้วก็เกิดความ 
ไม่พึงพอใจ และพึงพอใจ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้
ก็ใช้วิธีใหม่คือไม่ใช้สายตาไปไปรับอารมณ์ภายนอก
แต่จะใช้ความรู้สึกตัดเรื่องสมองออกไป 
ใช้ความรู้สึกกลับมาที่หัวใจ คำว่าน้อม 
น้อมเนี้ยะความหมายมันละเอียดและลึกซึ้งมาก 
คำว่าน้อมเนี้ยะอีโก้มันลดไป 
ถ้าไม่น้อมอีโก้มันไม่ลด
 นี่และปัญหาของมนุษย์คืออีโก้ 
ตัวตนเป็นตัวตั้งทั้งหมด ฉันอย่างงั้นฉันอย่างงี้
 ใช้สายตาเป็นตัวสื่ออารมณ์ทำร้ายตัวเอง
 คำรู้สึกเนี้ยะเป็นพลังงาน
 แล้วเอาพลังงานเนี้ยะเข้าไปในหัวใจ 
หัวใจมีหน้าที่ปั่นพลังงาน แล้วเมื่อปั่นมากขึ้นเนี้ยะ
หัวใจก็จะมีความเข็มแข็งด้วยความรักความเมตตา
 ความสุข ความสงบ มันก็จะเกิดเพราะเรา
ไม่ต้องไปเอาอารมณ์อะไรมากมาย
มากระทบภาวะจิตให้มันเป็นภาระ แต่เรา
จะเอาอารมณ์ไปสังเกตุสำเนียกอยู่ภายใน

ถาม : พอม้าบอกเมื่อเช้านู๋ก็เข้าไปในหัวใจ
ที่นู๋บอกว่าพอตื่นขึ้นมาตอนเช้า
มันจะเต้นแรงมาก ตึ้งๆๆๆ คือว่ามันทำงานหนักใช่มั้ย

ม้า : มันทำงานหนักเพราะมันชิน
กับการตั้งความเป็นตัวตนหรือตั้งอคติว่า อืม
วันนี้ชั้นต้องเจออะไรอย่างนี้ทุกครั้ง กระเพื่อมเลย
 ที่หัวใจเธอเต้นอย่างนั้นนะพลังลบมันกระเพื่อม 
กระเพื่อมที่จะไปต่อสู้กับสังคม
เพราะจิตใจเธอมันเคยชินอยู่กับสิ่งนั้นคือคนเราเธอเข้าใจมั้ย

ถาม : ม้าคือว่าถ้าปล่อยไว้คือโรคหัวใจแน่นอนเลยใช่มั้ยค่ะ

ม้า : อะแน่นอน เหตุผลอนาคตเป็นโรคหัวใจ
ก็เพราะว่าหัวใจได้รับพลังลบมากเกินเหตุ
 ไม่มีใครทำร้ายคุณนอกจากคุณทำร้ายตัวคุณเอง
 เพราะว่าคุณมีตัว ที่จะต้องทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา
 จริงๆ ไอ้ ร. มันมีสิ่งดีๆข้างในลึกๆของมันเหมือนกัน
 แต่ว่ามันถูกกลบความอ่อนน้อมถ่อมตนของมันก็มี
แต่ว่ามันถูกกลบไปด้วยระบบป้องกันตัวเองแบบผิดๆอะ

ถาม : คือว่านู๋มองไม่รู้เรื่องว่านู๋ทำผิดอะไร
คือว่านู๋มองตัวเองไม่เห็นงัย

ม้า : ไม่ต้องไม่คอยถามเหตุผลอะไร 
เธอมองมาที่ใจของเธอ เธอจะรู้ว่าใจเธอเองนะมันเป็นอะไร
 การกระทำของเธอชาติที่แล้วมันส่งผลให้ชาติปัจจุบัน
โดนแบบนี้เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันจบไปแล้ว 
ไม่มีใครเอาโทษเธอ เค้าให้อภัยเธอ 
ไม่มีใครมาเพ่งโทษตามเอาโทษเธอหรอก
แต่เธอโทษตัวเองตลอดไม่ให้อภัยตัวเองอะแล้วกลัว 
อยู่อย่างหวาดระแวงกลัวคนอื่น
จะทำร้ายเธอตลอดเวลาดูสิว่ามันจะต้องคิดอย่างงี้ 
มันจะต้องว่ากูอย่างนี้ พอชั้นเปิดบ้านไปปุ๊บ
มันจะต้องเจอยายคนนี้คิดอย่างนี้กับกูละ คือการให้ข้อมูลไม่ดีอะ

ถาม : งี้ต้องตัดให้ว่างให้หมดเลยใช่มั้ยม้า

ม้า : ไม่ใช่..คือให้มันเป็นธรรมชาติ
 ธรรมชาติเป็นไรก็เป็นงั้นอะ คนอย่างนี้..
บอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นคนลอย 
เครื่องอยู่ของอารมณ์มันต้องเข้าไปที่ใจของมัน
 และมันเป็นคนที่ทำอะไรแบบเห็นมั้ย
ดูบุคลิกของมันจะไม่เหมือนพวกเรา
มันจะเป็นคนลอยเป็นคนเฉื่อยคนที่ไม่ความกระตือรือร้น
 ถ้า กระตือรือร้นก็ในด้านลบมากที่สุด 
อย่างม้าเนี้ยะควรใช้คำว่า ม้า ไม่ต้องทำอะไรอยู่เฉยๆ นิ่ง ๆ 
อย่างม้าถ้ามาใช้คำนี้มันเกินเหตุอย่างนี้จะต้องบอกว่า
หาเครื่องอยู่อารมณ์อะไรทำ ธรรมะเนี้ยะมันจะต้องใช้
กับบุคคลแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน อย่างคนนี้ไม่ต้องทำอะไร
ดูใจตัวเองแล้วเป็นคนที่ เพราะว่าเค้ามันน้อมเข้าไปที่ใจอยู่แล้ว
 อย่าง คนชื่อ...ข... นี้เนี้ยะมันน้อมแบบไม่ให้อภัยงัย
 น้อมไปแล้วก็ไปขุดความเศร้าขึ้นมา
 ยังไม่ให้อภัยตัวเองเลยนะเนี้ยะ 
ยังไปตอกย้ำกับความเศร้าๆอยู่ ความผิดพลาดนะ
 ไอ้สิ่งที่เรากระทบสัมผัสด้วยรูป รส กลิ่น เสียงนะ 
นั่นและเป็นอาจารย์เราเลย
และผิดก็เป็นครูรู้ก็เป็นอาจารย์
 อันนี้เป็นเรื่องจริงนะเรื่องจริงม๊ากมาก 
คนเราสอนกันมาแบบไม่ถูกต้อง 
ว่าเธออย่าไปโกรธเค้าเลยให้อภัยเค้าเถอะ
 แล้วมันตัวอะไรจริงๆมันไม่มีในใจของเราอะ 
มันอภัยแบบใช้สมองส่งไปเด่เด่อย่างนั้นนะมันไม่น้อมอะ 
มันต้องน้อมก่อน เพราะฉะนั้นการน้อมเนี้ยะ
ก็คือการลดอีโก้ การน้อมเนี้ยะหัวมันก้มมาที่ใจอยู่แล้ว 
ความรู้สึกมันน้อมมาที่ใจอยู่แล้ว 
ถ้ามองเห็นความเป็นจริงนะ ทุกสิ่งมันเกิดแล้วมันก็ดับ
 เราเห็นตรงนี้นะเราก็จะไม่ยึดถืออะไรเลยนะ
 เพราะเราเนี้ยะใช้สายตา ทะยานไปรับอารมณ์
มากลบมันอยู่ตลอดเวลาเราไม่เห็นความเป็นจริงทะยานเนี้ยะ 
คำว่าทะยานเนี้ยะมันคือการพุ่งออกไปข้างนอกแล้วจิตก็ตามไปรับอารมณ์

x

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น