โดย นาย จ๊ะ จื้อหยิว เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2014 เวลา 19:32 น.
ความสำคัญของจักระ
ถาม : ม้าจักระมีความสำคัญอย่างไรค่ะ
ม้า : จักระเนี้ยะถือว่ามันเป็นสิ่งละเอียดอ่อน
หรือว่าต่อมไร้ท่อ หรือท่อของพลัง เรามีท่อ
ตั้งสองร้อยกว่าตัวทั่วร่างกาย แต่ท่อใหญ่ตัวเนี้ยะ
นี่พลังงานเนี้ยะเค้าบอกว่ามันเข้าตัวนี้แล้วมันก็
ไปจุดระเบิดตัวที่หนึ่ง พอจุดระเบิดมันก็กระจาย
ทั้งหมดในร่างกายของเรา ขั้วบวก ขั้วลบ
จุดระเบิดไป ทีนี้อย่าง
ของ..มู..มันมีปัญหาตรงที่ว่าพลังงาน
มันลงไม่ได้ มันมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง
ปัญหาเรื่องโครงสร้างมันติดขัด
ถาม : โครงสร้างยังงัยครับม้า
ม้า : โครงสร้างอย่างเอวคดอย่างเนี้ยะ
ต่อมไร้ท่อมันก็บิดเบี้ยวไป
ถาม : ม้าครับแล้วตกลงจักระเนี้ยะ
มันอยู่ในร่างกาย หรืออยู่นอกร่างกายครับ
ม้า : อยู่ในร่างกายแต่มันคือระบบเดียว
กับกฏของธรรมชาติ คือเหมือนกับว่า
ต่อมไร้ท่อต่างๆของร่างกายมนุษย์มันมี
ตั้งสองร้อยกว่าตัวแต่ตัวใหญ่ๆคือตัวที่
เจ็ด ถึง หนึ่ง มันเป็นตัวสำคัญ
มันเป็นตัวใหญ่ๆใช่มั้ย ทีนี้ถามว่ามันมี
ในร่างกายของมุษย์มันมีตามจักรวาลมั้ย
มันก็มีต่อมของพลังงานดีดี บริสุทธิ์อย่างเนี้ยะ
แล้วมันก็จะเชื่อมของจักระของเราทั้งหมด
ถาม : เชื่อมยังงัยค่ะม้า
ม้า : คือธรรมชาติมันคือ ถ้าคุณคิดดี
คุณก็จะเจอเพื่อนที่คิดดีเหมือนคุณ
ถ้าจักระของคุณดีมันก็เชื่อมกับพลังงานที่ดี
จากข้างบนได้เป็นแบบนั้น คือหมายความว่า
กฏของแรงดึงดูดคุณสามารถทำจักระของคุณดี
พลังดีๆก็จะไหลเข้าสู่ตัวคุณนี่คือกฏของแรงดึงดูด
ในขณะที่จิตใจคุณไม่ดีมีมั้ย บางครั้ง บางวัน
พูดง่ายๆแม้แต่อาหารที่เราทำ ถ้าจิดใจมันไม่ดี
มันก็ออกมาไม่ดีใช่มั้ย แม้แต่บางทีหงุดหงิด
งุ่นง่าน เดี๋ยวก็เตะสิ่งนั้นสัมผัสสิ่งนี้เหมือน
คนบางทีวันนี้อารมณ์ไม่ดีออกจากบ้าน
เจอสิ่งไม่ดีมีมั้ย มันก็คืออย่างนั้นและค่ะ
คือกฎของแรงดึงดูด เพราะฉะนั้นร่างกายจิตใจ
โอเคดี สบาย มีความสุขแล้วเราไปที่ไหน
มันจะไหลลื่นกับสิ่งที่เข้ากับร่างกายเราจิตใจเรา
มันเป็นกฎของแรงดึงดูด เพราะฉะนั้นคือ
เราต้องรู้สึกอยู่เสมอว่าเรา Happy
เรามีความสุข เราไหลลื่นเราสบาย แล้วจิตเรา
อย่างเนี้ยะมันก็จะเจอแต่พลังดีดีมันก็จะเข้ามา
ถาม : แล้วปราณอะม้า
ม้า : ปราณ ก็คือ ลมปราณ คือลม ลมเบื้องสูง
ลมเบื้องต่ำ
ถาม : มันยังงัยอะม้า
ม้า : เราสามารถใช้จิตของเรา control
ปราณได้ เราสามาถไหลลื่นไปกับบุคคลตรงข้าม
เราสามารถดูดปราณคนตรงข้ามที่เป็นปราณเสีย
ออกมาทิ้งได้ เหมือนที่เราทำงานนั่นและ
ถาม : แล้วปราณเกี่ยวเนื่องกับจักระอย่างไรค่ะม้า
ม้า : มันก็คือพลังงานเหมือนกัน ปราณก็คือ
พลังงานลม จักระก็คือพลังปราณเหมือนกัน
คือใช้ปราณไป control จักระอีกทีหนึ่งก็ได้
ใช้ปราณไปปรับจักระให้สบายก็ได้ คือเรา
ใช้ปราณของเราดันจักระที่มันติดขัด
ใช้ปราณดัน มันก็ flow ใช่มั้ย ปราณเนี้ยะแรง
แรงมากสามารถทำได้ทุกอย่าง ทุกอย่างมันคือ
จิตเป็นตัว control จิตจะต้องมีกำลัง
จิตก็คือพลังงานนะค่ะ
ถาม : จิตเนี้ยะไปดึงปราณ ไปดึงปราณมา
เพื่อชำละล้างจักระหรือยังงัยค่ะม้า
ม้า : คือจริงๆปราณในร่างกายของคนเราเนี้ยะ
มันเยอะมากอยู่แล้ว เพราะว่าคนเรานี่มันบางทีเนี้ยะ
บางทีปราณนะมันมาก มากซะจนบางทีกลายเป็น
หมักหมม ความรู้สึกนึกคิดเป็นอารมณ์ ตรงนี้เข้าใจ
ใช่มั้ย ถ้าเรารู้สึกนึกคิดดี อารมณ์เราก็ดี
ลมปราณเราก็จะดี แล้วจักระเราก็จะดี
ถ้าเรารู้สึกนึกคิดไม่ดี มันก็จะเป็นพลังงานลบ
ทั้งหมดที่สะสมใช่มั้ย ทีนี้บุคคลนะมัน
ในปัจจุบันเนี้ยะ คนที่เป็นโรคลมเนี้ยะโดย
ไม่เข้าใจในเรื่องของโรคลม หมอจะเช็คไม่ออก
เนื่องจากว่าคุณรับมาทวาร ทั้งหมด ตา หู จมูก ลิ้น
กาย ใจ คุณรู้สึกนึกคิดหรือว่าคุณไปพยายามไป
เป็นคนที่ช่วยเหลือผู้อื่น แบบคุณไม่กำลังของคุณ
แต่คุณไปช่วยคุณอื่น ทั้งๆที่คนอื่นในตัวมีพลังลบ
มาก คุณไปคุยกับเค้าแล้วคุณก็ไปรับมา ร่างกาย
ของเราก็สะสมพลังลบอยู่ในพลังของปราณได้
แล้วมันก็จะเป็นก้อน จุก จุก จุก ถ้ามันเป็นอย่างงั้น
ปุ๊บ อย่างจูนขณะนี้ก็รับไปและ ถ้าม้าพูดไม่ดี
จูนก็รับไปละ ม้าพูดดี จูนก็รับไปแล้ว
ก็ไปอยู่ที่จูน เพราะฉะนั้นจูนเสพอะไรวันๆหนึ่งอะ
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คุณเสพอะไรบ้าง
มันไปสะสมอยู่ในทุกอณูของเซลล์คุณอยู่แล้ว
ในร่างกายคุณอยู่แล้ว
ถาม : โดยเข้าไปตามอวัยวะ เราอย่างนี้หรือม้า
ม้า : มันเป็นพลังงานนะ ทุกอย่างมันเป็นพลังงาน
แล้วแต่มันจะไปอยู่ส่วนไหน ถ้าสมมุติ ว่า
ร่างกายคุณมีจุดอ่อนส่วนไหน พลังงานลบจะไปหา
ตรงนั้นก่อน มันจะไปหมักหมม อยู่ตรงนั้น
สมมุติคุณมีมะเร็งอยู่ตัวหนึ่งขณะนี้
แล้วคุณก็คิดร้าย แล้วความคิดร้ายมันเป็นพลังลบ
แล้วพลังตัวนั้นมันก็จะไปเกาะมะเร็งของคุณ
ให้โตขึ้น
ถาม : อ๋อเหมือนให้อาหาร
ม้า : แต่ว่าคุณ มีความสุข มะเร็งก็จะไม่มีวันโต
เพราะอาหารมันไม่มี
ถาม : ม้าถ้าอย่างนี้ถ้าคนแบบว่า กูเจ็บปวด
แล้วกูจะ Happy ได้ยังงัยอะม้า
ม้า : การฝึกจิตใช่มั้ยค่ะ คุณเจ็บปวดใช่มั้ยค่ะ
ถ้าคุณมีสติปัญญาอย่างแท้จริง คุณก็จะแยกได้เลย
ว่าอันนั้นคือความเจ็บปวด อันนั้นคือจิต
จิตเป็นตัวรับรู้ใช่มั้ยค่ะว่านี่คือความเจ็บปวด
แล้วคุณก็แยกจิตออกมาเหมือนที่ม้าโดน
แล้วม้าก็บอกเอ้ รู้สึกเจ็บ แต่ใจเราไม่รู้สึกอะไร
พอไปนอนจิตของเรามันก็ไปหลบอยู่อีกที่หนึ่ง
แต่จิตตัวรู้มันก็รู้แบ่งจิตตัวหนึ่งไปอีกที่ที่ไม่สนใจ
ความเจ็บตรงนั้น มันฉลาดพอเพื่อที่จะไม่ให้จิตไป
สกปรก กับความเจ็บตรงนั้น เพราะ
ความเจ็บตรงนั้นมันเป็นตัวไม่โอเค
ถาม : แล้วเราสามารถดึงตรงนั้น
มาช่วยคนได้มั้ยม้า
ม้า : คุณจะต้องมีจิตที่ ลำดับแรก
คุณสามารถจะดึงมาได้อยู่แล้ว แต่คุณ
ต้องพยายามเหมือนกับว่า อย่างบอกคนนี้
คุณเอาจิตขึ้นไปข้างบนสิบ่อยๆ พอ
คุณขึ้นไปข้างบนบ่อยๆแล้วคุณจะรู้สึกดีใช่มั้ย
ถ้าคุณอยู่ในระนาบโลกแน่นอนคุณ
ไม่มีโอกาสได้รับพลังดีแน่นอน
คือให้คำว่า ทำจิตเป็นตัว Y หมุนอยู่ข้างบน
นึกออกมั้ย
ถาม : ม้ากับว่าเห็นแล้วปล่อยมันไป
ตามธรรมชาติ มันเป็นอย่างไรค่ะ
ม้า : ไม่มีทางคุณบอกว่าคุณเห็นแล้วจิตคุณ
ไม่กระเพื่อมรับมันเป็นไปไม่ได้ มันเร็วมาก
จิตคือพลังงาน ที่กระเพื่อมรับทุกอย่าง
ที่เข้ามากระทบ คุณกระทบแล้วคุณบอกว่า
ไม่สนใจ จริงๆแล้วคุณกำลังหลบอารมณ์
แล้วจะทำให้อารมณ์ทับซ้อน
ถาม : แล้วมันจะเกี่ยวเนื่องกับจักระ
อย่างไรค่ะม้า พอเราหลบอารมณ์ปุ๊บ?
ม้า : จักระของคุณก็ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ
คือหมายความว่า บางทีมันอาจจะไม่ถึงขั้น
เข้าไปในจักระตัวใหญ่อาจแค่จักระตัวเล็กๆ
ก็ได้ เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเนี้ยะ เราอย่างเนี้ยะ
เรานั่งอยู่ตรงนี้เนี้ยะ เราสามารถที่จะไหลลื่นแลก
เปลี่ยนกัน ที่ม้าบอกว่าคุณนี้เข้าไปเชื่อมคนนั้น
คนนั้นเข้าไปเชื่อมคนนี้ ก็เหตุผลก็คือว่า
ต้องแลกเปลี่ยนพลังงาน สมมุติคนนี้ขาดตัวนี้
คนนี้เข้าไปเสริม แต่จริงๆต้องเข้าใจตรงนั้น
คนที่ทำงานครงนี้คือ เค้าบอกไม่รู้ว่า
ไอ้นี่สีนั้นสีนี้ แต่จริงๆเค้ามีของสิ่งนั้นเอามาเชื่อม
ยามที่จำเป็น สีมันมีส่วนสำคัญกับการไหลเวียน
ของพลังงานเหมือนกันนะ
ถาม : หมายถึงถ้าเรามองสีอะหรือค่ะม้า
ตามจักระอย่างนี้หรือค่ะ สมมุติว่า .
.จ..ติดจักระสอง ..จ..ก็มองสีส้มแล้ว..
จ..ก็ปั่น อย่างนี้เป็นการไปพยายามมันมั้ยค่ะม้า
ม้า : อ๋อไม่หรอกแต่ว่าคุณรู้ว่าคุณซ่อมร่างกายคุณ
ได้ คุณก็ซ่อมสิ คุณวางจิตของคุณ
คือจักระตัวที่สองของคุณมีปัญหาใช่มั้ย
คุณก็ซ่อมได้โดยที่คุณมองสีส้มแล้วคุณก็ปั่น
มันก็ถูกพอมันรู้ว่ามันโอเคแล้วก็ปล่อย มันก็จบ
ถาม : อย่างเมื่ออาทิตย์ก่อนนะม้า ..จ..ก็เหมือน
พยายามเลยนะม้าแก้ไขจักระของ..จ..อะ
แล้วมีอยู่วัน มันปวดมาก คือปวดแบบมัน
เหมือนจะหลุดออกจากร่าง
ม้า : อ๋อจักระตัวที่สองเป็นตัวสำคัญเป็นตัวเก็บ
พลังงานชีวิต แล้วมันเป็นตัวที่สำคัญมาก
แล้วมันจะเป็นตัวที่รับพลังกุณทลินีได้
แล้วก็บางทีถ้ามันไม่ทะลุขึ้นข้างบนเนี้ยะ
มันก็จะไปค้างตรงนั้น
ถาม : แล้วอยู่ดีๆมันก็ระเบิดอะม้า
ม้า : อ๋อมันก็ระเบิด เพราะว่า
ถ้ามันถึงที่สุดมันก็จะระเบิดเองเพราะว่า
บางทีกำลังของปราณเราอาจจะดี
ตัวปราณนะเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่ง เหมือนกัน
เค้าเรียก ลมเบื้องต่ำ ถ้าภาษาชาวบ้าน
มันถึงที่สุดจริงๆแล้วธรรมชาติ
มันจะแก้ไขของมันเอง
ถาม : มันออโต้ไม่ได้ใช่มั้ยม้า สมมุติว่า
เช้ามาเราหายใจเอาปราณเข้า
เพื่อไปชำละล้างจักระแล้วปล่อยมันโฟล
ไปแบบออโต้จนเสร็จได้มั้ยม้าดีกว่าเรา..
ไปเพ่งปราณไปเพ่งจักระแต่ละตัวเนี้ยะ
ม้า : แต่ว่าคุณอย่าลืมนะคุณทำ สมมุติว่า
ตื่นเช้ามาคุณไปทำตัวนั้นก็จริงอะ
ถ้าหลังจากนั้นแล้วคุณไม่รับอะไร
พลังงานที่ไม่เสียเข้าไปมันเป็นไปไม่ได้นะ
แค่คุณตื่นเช้ามา ก็ไปที่พระอาทิตย์
ออกมาตอนเช้าๆ คุณ Happy
กับพระอาทิตย์ตอนเช้าๆมันก็โอนะ
ถาม : ม้าแล้วจักระสัมพันธ์กับอารมณ์อย่างงัยค่ะ
ม้า : สำคัญมากค่ะ เพราะว่าถ้าจักระของคุณดีเนี้ยะ
ลมปราณคุณเดินดี เหมือนการฝึกจิต
พลังงานในร่างกายดี มันก็ไม่ต่างอะไรกับ
คนที่คิดลบ ใช่มั้ย จักระเค้าก็จะไม่โฟล์ใช่มั้ย
เพราะคุณเอาจักระไปแซกแทรงหัวใจของคุณ
หัวใจของคุณมันเป็นตัวปั่นพลังงานใช่มั้ย ก็ตัวนี้
จากนี่ไปก็เป็นฟ้าใช่มั้ย จากนี่ไปก็เป็นดินใช่มั้ย
ตัวสี่เป็นตัวระเบิดออกมา
ถาม : ม้าความรักสร้างได้มั้ย
ม้า : ความรัก สร้างไม่ได้ แต่รู้สึกได้
ถาม : อย่างเรารักแบบหนุ่มสาว
สมมุติ ..จ..เกิดปิ้ง ปิ้ง ..มู..อย่างเนี้ยะ
แล้วจักระสี่ ..จ..บานอย่างเนี้ยะ แล้ว..จ..ก็เอ้อ
ม้า : คุณไปดูความรู้สึกตรงนั้นหน่อยว่า
คุณปิ้งนะเพราะอะไร คุณต้องดูว่าอารมณ์นั้นเป็น
อารมณ์ไหน อารมณ์แบบโลกียะ หรือ โลกุตตระ
ถาม : มันเป็นความสุขทางใจอะ สมมุติว่า
..มู..คุยกับ..จ..แล้วแบบว่า เฮ้ย ..จ..Happyกับ..มู..
แล้วจักระสี่..จ..ก็บานตลอดเลย แล้ว ..จ..ก็
กลับมา แบบ สดชื่น
ม้า : โอเค ถ้าจักระสี่บานมันก็โอเค แต่ถ้า
มีเรื่อง สมองว่า เอ็ยไอ้..มู..มันหล่อ ไอ้..มู.
.มันน่ารัก แล้วเราชอบมันวะ นั่นมันไม่โอละ
ถาม : อ้าวมันก็เหมือนกันมั้ยมะ
มันเหมือนไม่ได้แยกกันนะ
ม้า : ไม่..มันระหว่าง สมอง กับ หัวใจ
มันต่างกันนะ จักระ สี่ บานมันเรื่องของหัวใจนะ
คุณปิ้ง ปุ๊บเนี้ยะมันความรู้สึกนะมันไม่ใช่สมองนะ
ต้องดูดีๆว่าไอ้ที่บานนะ หัวบาน หรือ สี่ บาน
ถาม : มีอย่างนี้ด้วยหรา..?..
ม้า : มันเร็วนะ หัวเนี้ยะ มันจินตนาการเข้าไปลึก
ละเอียดนะ มันอาจไหลเข้าไปหลอกตรงสี่
ถาม : แล้วมันยังงัยอะม้า สมมุตินะ พอ..จู..ปิ้ง
เสร็จแล้วนะ ..จู..อยากทำอะไร ปรับเปลี่ยนตัวเอง
สี่บานแล้วมันมีความสุขอะม้า
ม้า : คุณต้องดูดีๆนะ พอบานแล้วคุณต้องสำเหนียก
หรือ สังเกตุอารมณ์เราให้ดี เมื่อสังเกตุอารมณ์เรา
ให้ดีว่า เฮ้ย มันมีจิตกิเลสเราเจือปนมั้ย
มีราคะเจือปนมั้ย?
ถาม : มันก็ต้องมีบ้างอะม้า มันก็ทำให้มีความสุขอะ
ม้า : ไม่นะ คุณจะมาเพ่งเอาตรงนี้ไม่ได้ เมื่อตัวนี้
เป็นตัวจุดฉนวนของคุณ มันไปจุดตรงหัวใจ
หรือจุดตรงสมอง
ถาม : มันก็ทั้งคู่นะม้า..555
ม้า : ไม่จริงค่ะ
ถาม : ไม่จริงคือยังงั้ยค่ะม้า
ม้า : มันจะทั้งคู่ไม่ได้ จิตเนี้ยะมันจะเกิดขณะเดียว
สอง อย่างพร้อมกันไม่ได้
ถาม : อ๋อไม่ใช่ม้าหมายถึงครั้งแรกก่อนเลย
สมมุติ..จู..ปิ้ง..มู..ปุ้บ ความสุขทางใจ..
จู..เกิดมีน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจมา แล้ว..จู..ก็คิด
ว่า..จู...อยากทำอะไรเพื่อตรงนี้
ม้า : คืออันนั้นเป็นกิเลสแล้ว
ถาม : อ๋อแต่ว่าเราสามารถเอาตรงนี้มาพัฒนา
ได้มั้ยม้าหรือว่าเราควรจะตัดทิ้งไป
ม้า : คือหมายความว่า..มู..ไม่เกี่ยวแล้ว จบแล้ว
ถ้าคุณจะเพ่งไปที่ ..มู..อีกมันไม่ได้แล้วนะ
ต้องกลับมาดูตัวเราแล้วนะ
ถาม : ดูว่า..??
ม้า : ดูว่าอารมณ์ตัวเนี้ยะมันเป็นยังงัย
พอจักระสี่มันบานแล้วก็ทิ้งทิ้งไปเรื่อยๆ
ถ้าคุณฉลาดเพียงพอคุณก็ไม่ต้องไปใช้สมองเลย
แค่คุณปล่อยมันให้มันไหลลื่นไปกับกฎธรรมชาติ
มันก็โออยู่แล้ว แล้วคุณต้องเข้าใจว่ากฏของ
ไตรลักษณ์ คือ กฏแห่งความไม่เที่ยง
ประกอบไปด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ว่ามันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป แล้วกิเลสของคุณ
ขึ้นมาแล้ว หู้ หู้ แล้วคุณก็อยากให้เป็นอย่างนั้น
ตลอดมันเป็นไปไม่ได้ แล้วคุณก็ต้องรู้ว่า
มันเกิดแล้วมันจะต้องดับ บางทีเราเผลอ
ไปสร้างจินตนาการแล้วใช้สมองแทรกแซงอีก
มันก็กลายเป็นปัญหา
ถาม : ม้าสมมุติ ..จู.. คิดกับหมูเสร็จแล้วแล้ว.
.จู.. เหมือนเค้าส่งมาแล้ว..จู..ก็รับได้ตลอดเลย
แล้ว..จู..ก็มีความสุข แล้วรู้สึกเหมื่อนว่า..
จู..โรแมนติกมากเลย แล้วเราก็รู้สึกว่าเฮ้ยอันนี้
มันสามารถพัฒนาได้ มันไหลลื่นไปเหมือนกัน
มันคือการไหลลื่นใช่มั้ยค่ะม้า
ม้า : คุณบอกว่าตรงนั้นสามารถพัฒนาได้ คือ
คุณ ไปเอาสมอง ของคุณไป ใช้ จำไว้ว่ามนุษย์
มันไม่เท่าทันแล้วมันก็จะเกิดกิเลสได้
ก็คนที่มันเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่า
ปิ้งขึ้นมาแทนที่มันจะจบมันก็ต่อ
นั้นมันก็เป็นปัญหา แค่อยากจะทำอะไรดีๆให้เค้านี่
มันก็กิเลสแล้ว ต้องอย่าต่อ สมมุติมันปิ้งแล้ว
มันได้มาแล้ว โอเค กระจายออก
ถาม : ..จู..หมายถึงมัน..จู..กันติดละ พลังงาน
มัน..จู..กันติดละ ทีนี่ทุกครั้งที่เรารับพลังงานกันได้
แล้วความรู้สึกดีๆกันได้เนี้ยะ
ม้า : อย่าทำต่อ คือไม่ใช่ให้หยุด ปล่อยมันให้ลื่น
ไหล อย่าเอาตัวสมองไปยุ่ง เพราะตัวสมองมันเป็น
ตัวสร้างกิเลสตัณหาได้ดีนัก ตัวนี้สำคัญเราต้อง
เข้าใจ ตัวไตรลักษณ์ เข้าไปว่ามันไม่เที่ยงนะ
สมมุติว่าวันนี้กูปิ๊งไอ้ ..มู..ละ ก็ไม่เที่ยง
อุเบกขาแล้วก็จบนะ
ถาม : แต่มันมีอีกตัวซ้อนขึ้นมาว่า
อยู่กับ..มู..แล้วสบายใจ มันมีซ้อนขึ้นมาตัวเนี้ยะ
ม้า : ตัวซ้อนนี่และจะหลอกได้มันอันตรายนะ
มันจะถลำลึกไปเรื่อยๆนะ เค้าเรียกว่า
กิเลสทับซ้อนกิเลสนะ ติดสุข
ถาม : ติดสุขแต่เรารู้ว่ามันรู้สึกดี
ม้า : อุ้ยกิเลสนี่มันไม่ได้นะ มันร้อนแรงนะ จำว่า
กิเลสมันร้อนแรง โดยเฉพาะกิเลสของตัณหา
ราคะ ร้อนแรงมาก จำว่าอะไรก็ไม่เท่า
กิเลสของไฟราคะ
ถาม : แต่ถ้าเราเรียนรู้กับมันอะม้า
ม้า : คุณเก่งแค่ไหน ที่จะไปเล่นกับไฟราคะ
เล่นกับความสุขนะมันติดนะ แล้วมันถอนยาก
ถาม : ถ้าเกิดแบบนี้มันเป็นแบบนี้
พอได้ตรงนี้มาแล้วจูนก็ไปเล่นกับมันซักพักนึง
ม้า : แล้วมันเที่ยงหรือปล่าว สังเกตุตรงนั้นนะว่า
มันไม่เที่ยงทุกอย่างมันไม่เที่ยง
***********************

ขอบคุณมากครับผม ขอให้ม้าและคุณจงเจริญ สาธุ
ตอบลบ