บันทึกโดย ทีมงาน..
mama Love Light Full Center
หิ่งห้อยน้อย กับดอกราตรี
การทำบุญสามารถลบล้างบาปได้หรือไม่
ถาม : ม้าทำบุญแล้ว เอาบุญส่วนนั้นมาลบล้างบาปที่เราทำไปได้มั้ยค่ะ
ม้า : ไม่ได้ค่ะ บาปส่วนบาป บุญส่วนบุญ บุญก็คือความสุข
บาปก็คือความ
เดือดร้อนวุ่นวายความไม่สงบสุข
ความไม่สงบสุขเนี้ยะเราตอกย้ำมันเรื่อยๆ
มันหนาขึ้นน้ำหนักมันก็จะมากขึ้นมันก็จะพอกพูนขึ้นมาที่จิตใจของเรา
บุญเนี้ยะมันเบาสบาย มันคือความสุขที่นี้ การทำบุญเนี้ยะมันต้องทำ
ในขณะที่เรามีความสุข ทำในขณะที่รู้สึกเบาสบาย
เรารู้สึกมีความสุขเบา
สบาย มันดีที่สุดแล้ว มันก็ไม่อยากได้อะไร
เมื่อมันไม่อยากได้อะไร
มันก็มีการจาคะ
จาคะ คือ การเสียสละ สิ่งที่หวงแหน คือ ทรัพย์สินเงินทอง
หรือ ของที่เราหวงห้าม ออกไป
เพราะว่าเรา ได้ความสุขความสงบแล้ว
เราได้อะไรแล้ว มันก็เกิดความจาคะ
เพราะว่าเราได้ความสุข
คือสิ่งที่ดีแล้ว เราก็อยากให้ สิ่งที่ดีนั่น ก็คือวัตถุ เรา ไม่อยากแบก
เรา ไม่อยากเอาแล้ว ก็เกิด การจาคะ คือ การให้แล้ว
ขณะนั้น บุญมันเต็มอิ่ม
อีก ถ้าเราทำบุญ ในขณะที่ เราอยาก หรือ เศร้าหมอง และ ไม่มีความสุข
เรา ไปทำบุญนั้น บุญมัน ไม่เบิกบาน ในขณะที่ จิตใจเบิกบาน
จาคะ คือ การให้ แล้วมันจะเบิกบาน ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าให้ ในขณะเศร้าหมอง
ให้ ในขณะที่อยาก
มันเป็น กิเลส บุญ มันจะ ไม่ผ่องใส บุญมันจะต่างกัน
มันประเดี๋ยวประด๋าว
สุข จากบุญ ที่ได้ทำ มันประเดี๋ยวประด๋าว
ไม่เหมือนกับ การจาคะ ออกมาจากจิต ที่ขณะที่อิ่มเอม
ถาม : แล้ว ในขณะที่เรา ไปทำบุญแล้ว เราสามารถ นำบุญ ตรงส่วนนั้น
ไปล้างบาป ในอดีตชาติ ได้มั้ยค่ะ?
ม้า : เราคิดว่า มันได้ แล้วมันก็ทำ ใจ
ให้เราตรงนั้น ได้ชั่วระยะหนึ่ง
แต่ สิ่งที่คุณทำบาป มัน ถูกพลังงาน ของการทำตรงนั้น เข้าไปรวมกับ
พลังงานของจิต แล้วซึ่งมัน ไม่มีสิ่งใด ล้างออก
นอกจากว่าเรา
ต้องเข้าไปหามัน ในขณะที่ จิตเรา มีกำลังบุญแล้ว
เรา ก็ใช้จิต ที่มีกำลังบุญ
คือ ความสุข เข้าไปกระเทาะ เอาความทุกข์ ที่อยู่ข้างในลึก ออกมา
เรานั่งสมาธิ หรือ เรามีความสุข อิ่มเอมผ่องใส แล้วเรา ส่งกระแสจิตที่อิ่มเอม
ผ่องใส เข้าไป ชำระล้างบาป หรือ อกุศลจิต
หรือ พลังลบ
ที่อยู่จิตใต้สำนึก
ของเรา ออกมา มันจะเห็นได้ชัดเลยว่า สุข มันเป็นแบบนี้ ทุกข์ มันเป็นแบบนี้
การกระทำของเรา ที่ผ่านมา มันชัดเจนมากว่า โอ้โห ช่างอึดอัด เหนียวแน่น
เอาออกยาก ลำบาก มัน จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า บาป
อกุศลเนี้ยะ มันเหนียว
แน่น หนักหน่วง เจ็บปวด ในขณะที่เรา ได้สัมผัส ด้วยจิต ของเราเอง
แล้วในขณะที่ เรา สัมผัสนั้น เราต้องมี บุญ เข้าไปสัมผัสด้วย
ไม่ใช่ เอาบาปไปต่อ บาป
หรือ เอาอกุศลจิต ไปต่อ อกุศลจิต
หรือเอาพลังลบ ไปต่อ พลังลบ
เราต้องเอา พลังบุญ หรือ เอาพลังกุศลพลังจิต
ที่มีความสุข เข้าไป เพื่อ จะเอา พลังลบข้างใน ออกมา
มันเป็นตัวกำลัง
ที่บริสุทธิ์ ไป เอาสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ออก มันก็คือ ตัวเมตตา นั่นเอง
ถ้าคุณ เห็น คนไม่มีเมตตา คุณไปเมตตาเค้า มันก็ ไม่ต่างอะไรกับตรงนี้แหละ
ถาม : แล้ว คนที่ไม่มีกำลัง เข้าไปจิตใต้สำนึก แล้วถอนอกุศลจิต
หรือพลังลบออก ม้า มีวิธีแนะนำ อย่างไรบ้างค่ะ?
ม้า : กำลังจิตอ่อน ไม่สามารถ ตัดอนุสสัยกรรม
หรือ พลังงานลบ
หรือ อกุศลจิตได้ กำลังจิตที่บริสุทธิ์มากๆ ก็สามารถ ตัดอนุสสัยกรรม
การฝึกจิต ก็คือ การเข้าไปสู่ ภายในของเรา ไม่ให้ ส่งจิตออกไปเดิน
เพื่อ เสียกำลังของจิต
ถ้าจิตเดินทาง ออกไปข้างนอก มันจะเสียพลังงานของ
จิต แล้วเรา จะ เอาจิตที่ไหน ไปตัดกำลัง ของจิตที่เป็นอนุสสัยกรรม
การตัดกำลังของของจิต ที่เป็นอนุสสัยกรรม ต้องใช้จิตที่บริสุทธิ์มากๆ
คือ เข้าไปด้วยรักและเมตตา เพื่อเอาข้อมูล ที่เป็นลบ หรือกำลังของจิต
ที่เป็นด้านลบออก
เราจะต้อง ให้เค้าทำจิตของเค้าก่อน เค้าจะต้องทำจิตของเค้า
ให้มีความสุข อย่างมาหาเรา เราก็จะบอกว่า ให้รัก ให้รักเข้าไปข้างใน
เข้าไปข้างใน แล้วข้างในของเราเนี้ยะ แต่ละคน ที่มาที่นี่
มันมีแต่ ความบอบช้ำทางด้านจิตใจ ที่เราสัมผัส คนจะไม่ค่อยมีความ
สุขอย่างแท้จริง ก็คือ คิดว่าดูหนังฟังเพลง หรือ ออกไปเที่ยวหาอะไร
ข้างนอกแล้ว จะมีความสุข แต่นั่น คุณกลับเอามา กลบ
กลบทุกข์ ไว้ข้างในเรื่อยๆ จนหาเงื่อนหาปมไม่ได้
บุคคลที่กำลังจิตสูง สามารถ ดึง จิตใต้สำนึก ออก
ถาม : อย่างนี้ คนที่กำลังจิตน้อย เหมือนกับ ที่ม้าพูด
เค้าจะต้องเลิฟไปเรื่อยๆใช่มั้ยค่ะ?
ม้า : เลิฟเข้าไปเรื่อยๆ สะสมพลังจิตของตัวเองไปเรื่อยๆ
ด้วยหัวใจรัก
และเมตตา มีความสุขและอิ่มเอมผ่องใส คือคล้ายๆกับว่า
เอาน้ำดีไปล้างน้ำ
เสีย การเอาน้ำดีไปล้างน้ำเสีย บางที มันไม่ได้เห็นผลอย่างชัดเจน
ก็คือ หมายความว่าเราเนี้ยะ ยังไม่มีกำลังดีมากพอ ที่จะเข้าไป
เอาพลังลบออก
เพราะพลังลบ มันเป็นฝ่ายหนัก มันหนักมันหน่วง
มันเหนียวมันหนืด คนเราเนี้ยะเวลาทุกข์เนี้ยะ
อู้ย คือคนทุกข์กับเก็บอยู่นั่นนะ
มันหมัก มันเก็บ มันเหนียว มันแน่นอยู่ข้างในนั้นนะ
แล้วเวลาเอามันออก มันถึงเหนียวมันถึงหนืด
แล้วเวลามันเอาออกคนเราถึง
ไม่ทนเวลาเอาออก มันเป็นพลังลบเนี้ยะ
มันจะเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
การเจ็บปวดทุกข์ทรมานแต่ละครั้งเนี้ยะ
มันก็รู้สึกอยู่แล้วแต่เอาไปหมักหมม
อยู่ข้างในนะ แล้วเวลาเอาออกเนี้ยะ มันย่อมเหมือน ของที่มันใส่ลงไป
วันละนิด
วันละนิด จน มันกลายเป็น น้ำหนัก
ตอนใส่ มันไม่รู้หรอก
น้ำหนักอะ ตอนเอาออกมันถึงจะรู้ ว่าน้ำหนักมันเป็นยังงัย เหมือนกับว่า
โอ่งเนี้ยะ ปากมันเล็กๆ เรา ใส่ทีละนิด มันก็เต็มโอ่ง ใช่มั้ย แต่พอจะเอาออก
เนี้ยะเห็นมั้ย เหมือนว่า มันออกปากโอ่งไม่ได้ นั่นและ
มันค่อยๆคยั้นคยอออก
ดึง ลาก โอ้โห กำลังของจิตน้อย ไม่ไหวนะ
บางคนทุรนทุราย
แบบบีบคั้นตัวเอง เจ็บปวดเนี้ยะ เราว่ามันโอเคย ถ้าไปทำอย่างอื่น
ไปทำบุญมันก็ไม่ใช่อะ เพราะว่าเรา ไม่ได้เอาข้อมูล ที่เป็นพลังงานลบออกอะ
ถาม : ถ้าอย่างสมมุติ คนคิดว่าเออ เช่น ชั้นไปฆ่าปลาแล้ว ขั้นมีบาปตรงฆ่า
ปลาแล้วเสร็จปุ๊บ ชั้นไปทำบุญ ปล่อยปลาอย่างนี้
มันจะลบล้างกันได้มั้ยค่ะ?
ม้า : มันคนละส่วนกันนะค่ะ คุณฆ่าเค้าแล้ว
แล้วคุณเก็บข้อมูลแล้ว
เมมโมรี่ข้อมูลอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว แล้วคุณจะลบข้อมูล ด้วยการไปปล่อยปลา
โอ้โห้ มันคนละส่วนกันนะ กำลังของ การปล่อยปลา มันไม่สามารถเข้าไป
กระเทาะจิตของคุณที่หมักหมม นั้นได้หรอก
ถาม : แล้วอย่างนี้ปลาที่โดนฆ่าไป
ผลของกรรมที่ออกมาแล้ว
คิดว่า เป็นวิญญาณปลา มาทำ หรือ ปล่าว ค่ะ?
ม้า : เค้าเก็บข้อมูลค่ะ ปลามันไม่เกี่ยวปลามันก็ไปแล้ว
มันไม่เกี่ยวกัน
แต่ข้อมูล ที่คุณบันทึกเมมโมรี่ นะค่ะ คุณกินปลา นะ บางครั้งที่ เค้าเห็นอะ
เค้าฆ่าปลาปุ๊บ เค้ากิน
หรือคุณขายก็ตาม แต่แล้ว ทำไมเราเห็นแต่ก้างปลา
ภาพที่เราเห็นเป็นก้างปลาเพราะอะไร
เพระว่าเค้ากินปลาแต่ละคำ เค้าจะฉีก
ออกมาจากก้างปลาใช่มั้ย
บางครั้ง เค้าทำปลา บางอย่าง เค้าแล่ปลาอย่างนี้
เอาแต่เนื้อขึ้นมา อย่างนี้
จิต มันก็จะไปเห็นก้างปลา
แล้วทำไม
เวลาเราเข้าไป ดูจิตของเค้า เห็นก้างปลาอันนั้น และสิ่งที่เค้าเมมโมรี่ไว้
แล้วทำไว้
เราไม่ได้เจ็บปวดเหมือนที่ปลาโดนแล่นะ แต่เราเจ็บปวด
ตรงที่พลังงานลบ มันหนาแน่น
ดูซิ ทำไมมันเจ็บปวด เหมือนปลาดิ้นเลย
อันนั้น คุณได้บันทึกเมมโมรี่อารมณ์ ของก่อนสิ้นใจตายของปลาเอาไว้
คุณเห็นปลาดิ้นตาย มันเข้าไปอยู่ในจิตของคุณหมดเลยค่ะ
เวลาคุณจะเอาออกเนี้ยะ อาการที่คุณเมมโมรี่ตอนที่ปลาใกล้ตาย
มันอยู่ในจิตของคุณ คุณก็มีอาการออกมาคล้ายๆกัน
ไม่ใช่เป็นตัวปลา
ไม่ใช่เป็นภาพของปลาแต่มันเป็น จิตที่เปื้อน เปื้อนด้วยอนุสสัยกรรม
หรือเรียกว่าเปื้อน ด้วยข้อมูล
ของการเมมโมรี่หรือพูดตรงๆก็คือ
พลังงานของเรา กระเพื่อมรับพลังงานลบ เราจะใช้รูปแบบไหน คำพูดไหน
มันก็คือ
ข้อมูลมันก็มาจากอนุสสัยกรรมนั่นและ
เรายิ่งฆ่าสัตว์ใหญ่
ความดิ้นรนต่อสู้ของสัตว์ใหญ่ ก่อนตาย นั่นและค่ะ ทำไม คนแสดงอาการ
แบบช้าง
เสือ งู ก่อนตาย อย่างวันนั้น เค้าบอกว่าฆ่ามันแบบมันสะใจ
ลากใส้ ออกมากิน มาเผา
มันทรมานแค่ไหน มันทรมานแบบ
ไม่รู้จะพูดอย่างงัย
ว่าก่อนตาย มันทรมานแค่ไหน ว่ามันถูกเผา ถูกคว้าน
ถูกแล่ท้อง ถูกดึงใส้อย่างเนี้ยะ
สัตว์ตัวนั้นอารมณ์ตัวนั้นนะมันถูกเมมโมรี่
อยู่ในกระแสจิตของเราหมดแล้วละ
ม้า : ไม่เกี่ยว เค้าก็ไปผุดไปเกิด ไปไหนก็ไม่รู้แล้ว
หมายความว่า
สิ่งพวกนั้น มันเข้าไปอยู่ในจิตของเราอะ ประมาณว่า
เออมีพระรูปหนึ่ง
รับจ้างฆ่าหมู เป็นอาจิน พอไปเป็นพระแล้ว อาการมันออก
พอเข้าสมาธิ
ออกเสียงอู๊ดๆๆๆๆ เหมือนหมู
นั่นและ บางคนมีคนหนึ่งเป็นแม่ชี
ตอนเป็นคนปกติ ก็ต้มเหล้าขาย พอเข้าสมาธิ ก็มึนหมด ทำไมตัวเองทำอะไร
ผลก็ได้รับนะ แม้แต่ต้มเหล้าขายนะ
พอไปบวชเป็นชีเข้าสมาธิไม่ได้
เข้าก็มึน
ถามว่ามันเกี่ยวอะไร อันนี้ โอ้โหละเอียดมากเลยนะ เอะมันไม่ได้
เกี่ยวอะไรนิการต้มเหล้าขาย แล้วทำไมเราเข้าสมาธิไม่ได้ ทำไมมันต้องมึน
เรารู้สึกว่าขายของมึนเมา
เราก็ได้รับของมึนเมาเหมือนกัน
แล้วถามว่าคนขายเหล้าสร้างโรงเหล้าขายเนี้ยะ
คนเข้าใจมั้ยวันนี้คุณขายคุณ
ไม่เป็นไรหรอก ดูต่อไปว่าอนาคต มเร็ง
โรคสารพัดรุมเร้าเค้า ตอนแก่
ลูกหลานสมองพิกนพิการ เนี้ยะผลจากขายของมึนเมา
ถาม : แล้วอย่างนี้คนที่ทำงาน เป็นลูกจ้างในบริษัท ที่เกี่ยวกับของมึนเมา
เป็นเหมือนกันมั้ยค่ะ
ม้า : สมมุติว่าคนที่ทำบาปแล้ว
ไม่สำนึกเกรงกลัวแล้วก็ทำเป็นอาจินเนี้ยะ
ก็หนักเหมือนกัน เพราะว่าทุกอย่างข้อมูลมันเข้าไปอยู่ในจิต
จิตเป็นตัวรับข้อมูลอยู่แล้ว ไม่มีอะไรรอดพ้นไปจากจิตหรอก
มันต้องดู
การวางจิตของเราด้วย มันสะดุ้งเกรงกลัวมั้ย มันหดหู่มั้ย
มันร่าเริงแจ่มใสมั้ย
แล้วเราทำแล้ว เราประกอบคุณงามความดี
เหตุของเราคือต้องการมึนเมา
หรือเปล่า อยู่ที่การวางอารมณ์วางจิต
ถ้าเราไม่ได้คิดตรงนั้นเราไม่ต้องการ
มึนเมาคน อารมณ์นั้นมันก็ไม่ได้อยู่กับเรา
ถาม : แล้วอย่างนี้เจ้าของโรงงานต้องการคนมึนเมาคนหรือปล่าว
ทำตรงนี้แล้วก็เอาเงินไปซื้อผ้าห่มไปบริจาค อย่างนี้
ม้า : มันก็หมายความว่าบุญก็ส่วนบุญบาปก็ส่วนบาป การขายของมึนเมานี่
มันจะมีผลต่อระบบสมองคนที่กินเหล้านะสมองของเค้านะเกิดชาติต่อไป
สมองเค้าจะไม่โอเค
ไม่สมประกอบทางด้านสมอง
ถาม : เอ้าแล้วอย่างนี้ที่ม้าเคยพูดไว้ว่าถ้าพลังงานใหม่อย่างนี้อะค่ะ
แล้วถ้าเค้าละไม่เมมโมรี่ข้อมูลไว้แล้วอย่างนื้ถือว่าเป็นบาปมั้ย
ม้า : มันคือนั่นและหมายความว่า
ทำไมพลังงานใหม่ทำให้คนเนี้ยะ
จะคิด คิดไม่ได้นั่นและเค้าไม่ให้เสพข้อมูลบางที่เราอยู่ดีๆมันเอ๋อไปเลย
มันคิดไม่ออกใช่มั้ย
นั่นและตัวสมองนี่มันปรุงแต่งให้จิตมันเสบข้อมูลงัย
ถาม : แต่ข้อมูลเก่ามันก็ยังอยู่ใช่มั้ยค่ะม้าว่าไปทำอะไรมา
ม้า : ใช่ยังอยู่ว่าไปทำอะไรมา
แต่พลังงานใหม่เนี้ยะเค้าจะตัดความคิด
ของเราตลอดเวลาไม่ให้เราคิดปรุงแต่งแล้วข้อมูลของเราก็จะไม่ค่อยมีงัย
นี่และคือระบบพลังงานใหม่จะตัดสมองเราไม่ให้เราใช้สมอง
ทำไมสมองมันถึงเป็นปัญหาที่สุดหาข้อมูลให้กับจิต จิตมันไม่รู้อะไรเลยมันก็
เสพอย่างเดียว
จิตมีหน้าที่เสพนะคุณจะให้อะไรจิต จิตเสพอย่างเดียว
ทีนี้พลังงานใหม่เนี้ยะ
เฮ้ยทำไมจะคิด คิดไม่ออก มันมีหลายคนแล้วก็เข้ามา
นั่ง
เหมือนคนเมื่อวานมาแทบจะร้องให้แต่ร้องไม่ออกผมตั้งกำแพงกั้นตัวเอง
ตลอดเวลาเลยครับ
ยิ่งจนดึก ความรู้สึกมันบอกว่าเออมันไม่เหมือน
ตอนผมมาเลยนะครับ
แล้วเค้าก็ไม่อยากกลับด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น