กุญแจแห่งความสุข
โพสต์จากกลุ่ม Mamaa Love Light full center
โดย Sasaiyanan Anan เมื่อ 8 ธันวาคม 2011 เวลา 16:49 น.
จากหนังสือ The Conquest of Happiness
แต่งโดย Bertrand Russell
สาเหตุแห่งความทุกข์ 7 ประการ
ทุกข์ ที่เกิดจาก การแข่งขัน ชิง ดี ชิง เด่น เพื่อให้ได้รับ การยอมรับ
ทุกข์ ที่เกิดจาก ความเบื่อหน่าย ในชีวิต ส่วนใหญ่ เกิดในกลุ่ม ผู้มีฐานะดี สาเหตุ ที่เบื่อหน่ายก็ เนื่องจาก ไม่มี ความบันเทิง ใหม่ๆ
เข้ามาในชีวิต มาก เท่าที่ต้องการ ทำให้ ชีวิตเหงาหงอย
และ ขาด พลังชีวิต
ทุกข์ ที่เกิดจาก ความเหนื่อยอ่อน คือ เหนื่อยใจ มิใช่ การเหนื่อยกาย ที่เหนื่อยใจ เนื่องจาก ไม่รู้จัก การแบ่งแยก ว่า
เรื่องใด ควรคิดในเวลาใด เช่น ทำงาน อยู่อย่างหนึ่ง กลับ
คิดถึง อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยว กับเรื่องที่ทำอยู่ เป็นต้น
ทุกข์ ที่เกิดจาก การอิจฉาริษยา มักเกิดกับ เด็กที่เติบโตมา โดย
ไม่ได้รับ ความรัก ความอบอุ่น เท่าที่ควร
ทุกข์ ที่เกิดจาก ความรู้สึกว่า ตนเอง ทำผิดตลอดเวลา คือ
คิดถึง แต่ อดีต ที่ผิดพลาด
ทุกข์ ที่เกิดจาก วิตกจริต คือ จิต ที่ คิดฟุ้งซ่าน คิดเกิน คิดขาด
และ มองโลก ไม่ตรง ตามความเป็นจริง
ทุกข์ ที่เกิดจาก ความกลัว กลัวว่าคนอื่นจะไม่ยอมรับ ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจาก เรา ไม่รู้จักตัวเองดีพอ
4 วิธีการ เพื่อชีวิต ที่ มีความสุข
+ มี ความกระตือรือร้น (Zest) คน ที่มีบุคลิกกระฉับกระเฉง
กระตือรือร้น แสดงว่า คนๆ นั้น ค่อนข้าง มีความสุข เนื่องจาก
ความกระตือรือร้นนั้น สะท้อนให้เห็น ถึง สภาวะจิต ว่าในจิตนั้นมี
เรื่องที่เขา อยากรู้ อยากเห็น และ อยากศึกษา อีกมากมาย คนเหล่านี้
เมื่อเจอปัญหา มักจะ ไม่ ย่อท้อ เพราะ จากการที่เขาสนใจ เรื่องต่างๆ
หลายด้าน ทำให้ มี ทักษะ ในการ แก้ปัญหามากกว่า คนอื่นๆ และมอง
ปัญหา เป็นเรื่อง ธรรมดา จิต ของคน ที่มีเรื่อง ที่เขาสนใจ นั้น ไม่ต่างไปจาก จิตของแมว ที่ จ้อง จะจับหนู คือ เป็นจิต ที่มี พลังชีวิต มี อารมณ์ มี
ความรู้สึก ทั้งนี้ คน ที่จะมี ความกระตือรือร้นได้ จะต้องเป็น ผู้ที่มี สุขภาพ ร่างกายแข็งแรง เพราะ กายกับ จิต นั้น เป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้น ต้องรักษาร่างกาย ให้แข็งแรง จึงจะมี พลังชีวิต ได้ ผู้เขียนกล่าวไว้ว่า
Energy ของ ความกระตือรือร้นนั้น มี มากกว่า Energy ที่คนๆ หนึ่ง ทุ่มเท ให้กับ งานงานหนึ่ง ด้วยซ้ำ เพราะ ความกระตือรือร้น เป็นพลังขับเคลื่อน
ที่คิดว่า ตนเอง มีค่า ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ที่สุด
คือ ความกระตือรือร้น ที่ก่อให้เกิด พลังชีวิตนั้น ต้องไม่ได้เกิดขึ้น จาก การหลบหนี ปัญหาอย่างหนึ่ง แล้ว แกล้งทำเป็น Active ใน อีกเรื่องหนึ่ง เพราะ การเป็น เช่นนี้ จะ เรียกว่า จิต หลอก จิต ซึ่ง จะไม่ทำให้ เกิด พลังชีวิต อย่าง แท้จริง
+ รู้จัก คำว่า ความรัก (Affection) ความรัก ใน ที่นี้ คือ
การให้ ความรัก แบบ ไม่หวังผล ตอบแทน น้ำใจไมตรี ที่ท่าน ให้ กับผู้อื่น โดย หวังผลตอบแทนนั้น เป็นความคิด ที่ไม่มีพลัง ใน ตัวเอง แต่ ถ้า ท่าน ให้ความรัก กับผู้อื่น โดย ไม่หวังสิ่ง
ตอบแทน แล้วไซร้ ผู้ที่ได้รับ ก็ จะเกิด ความรู้สึกซาบซึ้ง ในตัวท่าน ซึ่ง จะทำให้ ท่าน เกิดพลังชีวิต ผู้เขียน ได้ให้แง่คิด ที่น่าสนใจ ว่า การจะรัก และ ช่วย คนใดนั้น ควร ช่วยคน ที่มีสภาวะ ปกติ
ไม่ใช่ ช่วย คนที่กำลังเดือดร้อน เพราะ การช่วยคน ที่กำลังเดือดร้อนนั้น จะทำให้ เรารู้สึกว่า ตัวเรา เป็น Hero ทำให้ ความเป็น ตัวกูของกูมี มากขึ้น ดังนั้น การ จะแสดงความรัก กับใคร
ให้ แสดง อย่างจริงจัง และ เพียร พยายาม ต้องจริงใจ และ จริงจัง กับ อีกฝั่งหนึ่ง โดย ไม่หวังว่า เขา จะให้ ความรัก ตอบ กับเรา
+ ทำงาน (Work) การทำงาน จะนำมา ซึ่ง ความสุข
คน ที่ไม่มีงานทำ จะ เหงาหงอย โดย ธรรมชาติของมนุษย์ อย่างน้อยที่สุด จะต้อง มี สิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้ เกิดพลังชีวิต
บรรดา ลูกคนรวย ที่วันๆ ไม่ต้อง ทำอะไรนั้น พวกเขา จะไม่มี
ความทะเยอทะยาน มากนัก เขา จะไม่มี จุดมุ่งหมาย
แต่ จะมีชีวิตอยู่ เพื่อ แสวงหา ความสุข ในขณะเดียวกัน ก็ มักจะมี คำว่า เบื่อ ออกมา จาก ปากเขา ตลอดเวลา ผู้เขียน ให้แง่คิดว่า
คน ที่มีงานทำ แม้จะ ไม่รวยมากนัก แต่ก็ มีพลังชีวิต เพราะ
สำหรับ คนทำงานแล้ว วันหยุด จะเป็น วันที่มีค่ามาก สำหรับเขา
คน ที่มีงานทำ จึงจะรู้ ค่าของวันหยุด คน ที่ไม่มีงานทำ จะทำให้
เกิดความขี้เกียจ และ ความเบื่อหน่ายในชีวิต ก็จะตามมา
งานใดๆ ก็ตาม ที่เป็น งานสร้างสรรค์ และสามารถ ทำให้ความฝัน ซึ่งเป็น นามธรรม กลายเป็น รูปธรรม ได้นั้น
จะ ทำให้เรา เกิดความชื่นชม ใน ฝีมือเรา เอง และ ทำให้เรา มีความสุข ใน การทำงาน พลังชีวิต ก็ เกิดขึ้น
การทำงาน ให้มีความสุขที่สุด คือ การเป็นนายตัวเอง คือ มีธุรกิจ ของตนเอง ให้เรา รับผิดชอบเอง 100% แต่ ทั้งนี้ การทำงาน ก็ต้อง เริ่มจาก การทำงานเล็กๆ ก่อน ต้องเริ่ม จากการ
เป็นลูกจ้างก่อน เพื่อ เรียนรู้ระบบ
+ มีความรัก ให้กัน ภายในครอบครัว (Family)
พลังขับเคลื่อนสูงสุด ที่สามารถ ทลายปัญหาต่างๆ และทำให้
เราเข้มแข็ง ขึ้นได้ ก็คือ พลังความรัก ที่พ่อแม่มีให้ลูก และพลังความรัก ที่ลูกมีตอบ ให้ พ่อแม่ เนื่องจาก ความรัก ในครอบครัว
เป็น ความรัก ที่มีมาก และเข้มข้น ที่สุด และความรัก ในครอบครัว นี่เอง ที่มี พลังขับเคลื่อนมหาศาล แต่ ทั้งนี้ ความรัก ที่พ่อแม่ให้ลูกนั้น ลูก จะต้องรับรู้ และ ปฏิบัติดีต่อพ่อแม่ตอบ
แล้ว พลังชีวิต จึงจะเกิดขึ้น คนในครอบครัวต้องมี ความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน เมื่อ ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน แล้ว ก็ จะทำให้ ความรุนแรง ในการโต้เถียงกัน ภายในครอบครัว ลดน้อยลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น